FreakOut Pte. Ltd. (หลังจากนั้นเป็น “บริษัท”) ใช้ระบบการจัดส่งโฆษณา “FreakOut Native” “FreakOut Video” เพื่อแสดงโฆษณาที่คาดว่าจะมีความสัมพันธ์ระดับสูงกับผู้ใช้งาน บนพื้นฐานของข้อมูลจากผู้ใช้ บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคล การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงกฎหมาย กฎระเบียบและแนวทางที่เกี่ยวข้อง บริษัทใช้มาตรการดังต่อไปนี้เพื่อรัปประกันการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลเชิงสถิติ

มาตรา 1. นโยบายพื้นฐานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

1. ความหมายของข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีชีวิตอยู่ ทั้งชื่อ วันเดือนปีเกิดและคำอธิบายอื่น ๆ ซึ่งสามารถใช้ในการระบุตัวบุคคลได้ ซึ่งจะหมายถึงข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลด้วยตัวของมันเอง เช่นเดียวกับข้อมูลที่สามารถนำมารวมกับข้อมูลอื่น ๆ เพื่อที่การระบุตัวบุคคลสามารถเป็นไปได้อย่างง่ายดาย (พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมาตรา 2 วรรค 1)

2. วัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลภายในขอบเขตที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ การได้รับความยินยอมต้องได้รับล่วงหน้าก่อนที่จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ ที่นอกเหนือจากเหตุผลด้านล่าง:

(1) การให้บริการการใช้งานที่ราบรื่นของบริษัทกับผู้ใช้ (บริการที่เกี่ยวกับโฆษณา การจัดการสื่อธุรกิจ และธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง)
(2) การสร้างข้อมูลสถิติที่เกี่ยวข้องกับบริการของบริษัท
(3) การตอบสนองต่อการสอบถามข้อมูลของผู้ใช้
(4) การวางแผนการบริการใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของบริษัทในอนาคต
(5) การให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริการของบริษัท
(6) เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่แยกจากการให้บริการต่างๆ ของบริษัท

3. ข้อจำกัดในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะต้องไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้งานใด ๆ นอกเหนือจากการบรรลุวัตถุประสงค์ในการใช้งาน และต้องไม่ใช้ข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากบุคคล แม้ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลได้มาจากการรวมตัวของหน่วยงานธุรกิจการค้า หรือด้วยเหตุผลอื่น ๆ ข้อมูลก็จะไม่ได้ถูกใช้นอกขอบเขตของวัตถุประสงค์ในการใช้งาน และจะต้องมีการยอมรับจากเจ้าของข้อมูลก่อนที่มันจะถูกส่งมอบมาให้เรา แต่กฎนี้จะไม่นำไปใช้ในกรณีดังต่อไปนี้:

(1) เมื่อมีการกำหนดโดยกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ
(2) เมื่อมีความจำเป็นสำหรับการป้องกันของชีวิตมนุษย์, ร่างกายหรือทรัพย์สินและในกรณีที่การได้รับความยินยอมจากบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นไปได้ยาก
(3) เมื่อจำเป็นในการปรับปรุงสุขภาพของประชาชนหรือการส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก และในกรณีที่การได้รับความยินยอมจากบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นไปได้ยาก
(4) ในกรณีที่จำเป็นเพื่อให้ความร่วมมือกับการทำหน้าที่ของหน่วยงานระดับชาติ รัฐบาลท้องถิ่นหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย และในกรณีที่การได้รับความยินยอมจากบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว

4. ความเหมาะสมของการได้รับข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวิธีการที่เหมาะสมและจะไม่รับข้อมูลส่วนบุคคลโดยวิธีการหลอกลวงหรือโดยมิชอบ นอกจากนี้บริษัทจะไม่เก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเด็กอายุต้ำกว่า 15 ปีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองของพวกเขา

5.การชี้แจ้งวัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในขณะที่กำลังขอสิทธ์

บริษัทจะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวิธีการที่เหมาะสมและจะขอข้อมูลส่วนบุคคลโดยวิธีการหลอกลวงหรือโดยมิชอบ นอกจากนี้บริษัทจะไม่เก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเด็กอายุต้ำกว่า 15 ปีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองของพวกเขา

บริษัทจะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลด้วยวิธีการที่เหมาะสมและจะขอข้อมูลส่วนบุคคลโดยวิธีการหลอกลวงหรือโดยมิชอบ นอกจากนี้บริษัทจะไม่เก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเด็กอายุต้ำกว่า 15 ปีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองของพวกเขา

(1) ในกรณีที่มีความเสี่ยงต่อความเสียหายต่อของชีวิต ร่างกายและทรัพย์สิน หรือเสี่ยงต่อสิทธิอื่น ๆ และความสนใจของผู้ใช้หรือบุคคลที่สาม โดยจะแจ้งวัตถุประสงค์ของการใช้งานให้ผู้ใช้หรือเผยแพร่
(2) ในกรณีที่มีความเสี่ยงของการเกิดความเสียหายต่อสิทธิหรือผลประโยชน์ถูกต้องตามกฎหมายของบริษัท โดยจะแจ้งวัตถุประสงค์ของการใช้งานให้ผู้ใช้หรือเผยแพร่
(3) ในกรณีที่จำเป็นต่อการให้ความร่วมมือกับการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานระดับชาติ รัฐบาลท้องถิ่น หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้เป็นไปตามกฎหมายซึ่งการชี้แจ้งวัตถุประสงค์ของการใช้ให้ผู้ใช้หรือเผยแพร่อาจเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว
(4) ในกรณีที่เห็นว่าจุดประสงค์ของการใช้งานที่มีความชัดเจนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของการได้รับข้อมูล

6. การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

เมื่อบริษัททำการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะต้องไม่เกินระยะที่เหมาะสมในแง่ของความเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์เบื่องต้นในการใช้ ผู้ใช้จะต้องได้รับการแจ้งถึงการเปลี่ยนแปลงในวัตถุประสงค์ของการใช้ดังกล่าว ซึ่งจะได้รับการเผยแพร่ด้วย

7. การจัดการความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและการกำกับดูแลของพนักงาน

บริษัทจะสร้างกฏระเบียบในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้การจัดการกับข้อมูลส่วนตัวให้ไม่รั่วไหล ไม่หาย หรือไม่มีความเสียหายอื่น ๆ และต้องจัดให้มีการกำกับดูแลที่จำเป็นของพนักงาน

8. การกำกับดูแลของผู้ทำสัญญารับช่วง

เมื่อผู้ทำสัญญารับช่วงของบริษัท ต้องจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทหรือแค่มีส่วนร่วม บริษัทจะต้องเข้าทำสัญญากับผู้ทำสัญญารับช่วง ซึ่งรวมถึงการรักษาความลับ หรือต้องยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขที่กำหนดโดยบริษัท และต้องจัดให้มีการกำกับดูแลที่เหมาะสมและจำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ทำสัญญารับช่วงจะปฏิบัติการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม

9. ข้อจำกัดเกี่ยวกับการให้แก่บุคคลที่สาม

บริษัทจะไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลที่สามโดยไม่ได้รับความยินยอมของผู้ใช้ยกเว้นในกรณีต่อไปนี้:

(1) เมื่อกำหนดโดยกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ
(2) เมื่อมีความจำเป็นสำหรับการป้องกันของชีวิตมนุษย์, ร่างกายหรือทรัพย์สิน และในกรณีที่การได้รับความยินยอมจากบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นไปได้ยาก
(3) เมื่อจำเป็นในการปรับปรุงสุขภาพของประชาชนหรือการส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก และในกรณีที่การได้รับความยินยอมจากบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นไปได้ยาก
(4) ในกรณีที่จำเป็นเพื่อให้ความร่วมมือกับการทำหน้าที่ของหน่วยงานระดับชาติ รัฐบาลท้องถิ่นหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย และในกรณีที่การได้รับความยินยอมจากบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว
(5) เมื่อสิ่งต่อไปนี้ได้รับการประกาศหรือการตีพิมพ์ไปล่วงหน้า:
วัตถุประสงค์ของการใช้งานรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลจากบุคคลที่สามให้กับบุคคลที่สาม
วิธีการหรือแนวทางในการให้บริการแก่บุคคลที่สาม
การหยุดพักการให้ข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลที่สามตามคำขอของผู้ใช้
อย่างไรก็ตามในกรณีดังต่อไปนี้ ข้อตกลงข้างต้นจะไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่สาม: เมื่อบริษัทให้บริษัทนอกจัดการข้อมูลส่วนบุคคลภายในขอบเขตของการบรรลุวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะจัดการทั้งหมดหรือบางส่วน เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลถูกใช้เพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจในกรณีที่มีการรวมกิจการหรือด้วยเหตุผลอื่น ๆ เมื่อข้อมูลส่วนตัวถูกนำมาใช้ในการร่วมสมาคมกับกลุ่มเฉพาะ และเมื่อมีการใช้ข้อมูลในการร่วมสมาคมเกิดขึ้น ขอบเขตของผู้ที่ร่วมใช้ วัตถุประสงค์ในการใช้งานของผู้ร่วมใช้ และการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวว่า ผู้ใช้จะได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าหรือให้โอกาสที่จะได้ทราบชื่อหรือชื่อขององค์กรที่รับผิดชอบ เมื่อข้อมูลส่วนตัวถูกนำมาใช้ในการเชื่อมโยงกับบุคคลที่สาม ในกรณที่มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการใช้หรือมีการเปลี่ยนชื่อและชื่อองค์กรของผู้จัดการที่รับผิดชอบ ผู้ใช้จะได้รับการแจ้งล่วงหน้าหรือจะให้มีโอกาสที่จะรู้เกี่ยวกับรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลง

10. การเผยแพร่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะทำให้ผู้ใช้ตระหนักถึงความสัมพันธ์เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลและจะตอบสนองต่อการร้องขอจากผู้ใช้โดยไม่ล่าช้า
วัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (ยกเว้นเมื่อไม่มีสัญญาผูกมัดภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล. เมื่อตัดสินใจที่จะไม่ตอบกลับซึ่งจะมีการแจ้งผู้ใช้โดยไม่ล่าช้าด้วย)

11. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

เมื่อบริษัทมีการร้องขอโดยผู้ใช้ให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเขา บริษัทจะทำเช่นนั้นโดยไม่ล่าช้า อย่างไรก็ตามถ้าการเปิดเผยดังกล่าวตกอยู่ภายใต้รายการเหล่านี้ ข้อมูลทั้งหมดหรือแค่บางส่วนจะไม่ได้รับการเปิดเผย และเมื่อมีการตัดสินที่จะไม่เปิดเผย ผู้ใช้จะต้องถูกแจ้งโดยไม่ล่าช้า:

(1) เมื่อมันอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินหรือสิทธิอื่น ๆ และความสนใจของผู้ใช้หรือบุคคลที่สาม
(2) เมื่อมันอาจส่งผลให้เกิดอุปสรรคที่สำคัญในการดำเนินงานที่เหมาะสมในธุรกิจของบริษัท
(3) เมื่อมันจะส่งผลในการละเมิดกฎหมายอื่น ๆ และกฏข้อบังคับ ข้อมูลอื่นที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล เช่นบันทึกการเข้าถึง จะไม่ถูกเปิดเผย

12. การแก้ไขข้อมูลส่วนตัว

เมื่อผู้ใช้ขอให้บริษัททำการแก้ไข เพิ่มเติม หรือลบ เนื้อหาของข้อมูลส่วนบุคคลเพราะมันไม่ถูกต้อง บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบที่จำเป็นต่อสถานการณ์โดยไม่ล่าช้าภายในขอบเขตที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการใช้งาน และจะแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลโดยขึ้นอยู่กับผลของการตรวจสอบดังกล่าว และทำการแจ้งผู้ใช้ ยกเว้นในกรณีที่วิธีการที่ได้รับการกำหนดโดยกฎหมายหรือกฎระเบียบอื่น ๆ

13. การระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

เมื่อผู้ใช้ขอให้บริษัทระงับการใช้งานหรือลบข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ ด้วยเหตุผลที่ว่าข้อมูลได้ถูกใช้นอกเหนือจากขอบเขตของวัตถุประสงค์การใช้งานที่ได้เผยแพร่ก่อนหน้านี้ หรือเพราะข้อมูลได้มาโดยวิธีการหลอกลวงหรือโดยมิชอบ บริษัทจะทำการตรวจสอบที่จำเป็นต่อการร้องขอโดยไม่ล่าช้า และจะระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมแจ้งผู้ใช้ ตามผลลัพธ์ของการตรวจสอบ อย่างไรก็ตามในกรณีที่การระงับการใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องมีค่าใช้จ่ายมากเกินไปหรือทำได้ยาก บริษัทจะใช้มาตรการอื่นในการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของผู้ใช้

14. คำชี้แจงเหตุผล

บริษัทจะทำการอธิบายเหตุผลเมื่อแจ้งให้ผู้ใช้รับรู้ถึงการตัดสินใจดั้งต่อไปนี้ ถึงแม้จะมีการร้องขอจากผู้ใช้ก็ตาม

(1) ไม่มีการแจ้งวัตถุประสงค์ของการใช้
(2) ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดหรือบางส่วนไม่ได้ถูกเปิดเผย
(3) การใช้ข้อมูลส่วนตัวของท่านไม่ถูกระงับ
(4) การให้ข้อมูลส่วนตัวกับบุคคลที่สามไม่ถูกระงับ

มาตรา 2. การใช้ข้อมูลบอกเล่า

1. ความหมายของข้อมูลบอกเล่า

ข้อมูลบอกเล่าหมายถึงข้อมูลเช่น เพศ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานอดิเรกส่วนตัว ฯลฯ ข้อมูลจากคุกกี้และที่อยู่ IP ฯลฯ และข้อมูลบันทึกเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ตที่ไม่สามารถระบุตัวตนของผู้ใช้ได้

2. การได้มาซึ่งข้อมูลบอกเล่า

บริษัทจะออกรหัสสุ่มที่จะสร้างสายเชื่อมให้กับทุกๆ เบราว์เซอร์ซึ่งถูกใช้โดยผู้ใช้ ซึ่งเบราว์เซอร์จะเก็บไว้เป็นคุกกี้
นอกจากนี้ในกรณีของแอปบนสมาร์ทโฟน ซึ่งไม่ได้ใช้คุกกี้ ระบบจับโฆษณาบนโทรศัพท์ที่สร้างโดยระบบปฏิบัติการของสมาร์ทโฟนเพื่อหาตัวตนของผู้ใช้ (IDFA หรือ Google โฆษณา ID) จะถูกนำมาเป็นรหัสพิเศษ เราจะได้ข้อมูลบอกเล่าเหล่านี้มาโดยใช้คุกกี้ IDFA หรือ ID โฆษณาของ Google

(1) ตัวแทนผู้ใช้
(2) ที่อยู่ IP
(3) ข้อมูลอุปกรณ์ (Nexus 7, SC-03g, ฯลฯ )
(4) URL ของเว็บไซต์
(5) วันที่เข้าใช้
(6) การเรียกดูข้อมูลพฤติกรรมของการใช้เว็บไซต์ และการแปลงข้อมูล จะถูกกำหนดไว้แยกต่างหากสำหรับแต่ละผู้ลงโฆษณา
(7) ผู้ระบุการโฆษณา

ข้อมูลบอกเล่าที่ได้มาโดยบริษัทจะไม่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล เพราะมันไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ และนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้อย่างง่ายดายแม้เมื่อรวมกับข้อมูลอื่น ๆ ก็ตาม

นอกจากที่ได้กล่าวข้างต้น บริษัทอาจได้รับข้อมูลจากธุรกิจที่ให้การร่วมมือ (บุคคลที่สาม) เป็นข้อมูลแบ่งส่วนที่ติดกับรหัสพิเศษซึ่งสร้างโดยบริษัท ข้อมูลเหล่านี้ไม่รวมกับข้อมูลที่สามารถใช้ในการระบุบุคคล เพราะรหัสพิเศษจะถูงสร้างขึ้นโดยการซุ่มซึ่งเกี่ยวข้องกัเบราวเซอร์

3. วัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูลบอกเล่า

ข้อมูลบอกเล่าที่บริษัทได้มาจะถูกใช้สำหรับการจัดส่งของการโฆษณาออนไลน์ เพื่อวัดประสิทธิภาพของการโฆษณาและโดยเฉพาะสำหรับการใช้งานในรูปแบบดังต่อไปนี้

(1) การจำแนกประเภทของผู้ใช้ตามประวัติพฤติกรรมของพวกเขา โดยกำหนดตามผู้ลงโฆษณา หน่วยงานโฆษณา และสื่ออื่น ๆ ที่ใช้บริการของบริษัท และทำโฆษณาตามการจำแนกประเภทเหล่านี้
(2) การวัดประสิทธิภาพในการโฆษณา การวิเคราะห์ตลาดและการสร้างรายงานการวิจัยตลาด
(3) ให้มั่นใจว่าการใช้บริการของบริษัทจะราบรื่น โดยให้ธุรกิจร่วมมือกับบริษัท
(4) การสร้างข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการใช้บริการของบริษัท
(5) เพื่อใช้ในการวางแผนบริการใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของบริษัทในอนาคต

4. การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูลบอกเล่า

เมื่อบริษัทเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูลบอกเล่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะต้องไม่เกินขอบเขตของวัตถุประสงค์การใช้งานที่ได้รับการยอมรับก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลง และ การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการใช้งานดังกล่าวจะต้องมีการประกาศให้ประชาชนรับรู้

5. บริหารจัดการ รักษาความปลอดภัยของข้อมูลบอกเล่าและการกำกับดูแลพนักงาน

บริษัทจะจัดให้มีการกำกับดูแลพนักงานตามที่จำเป็นและเหมาะสม เพื่อป้องกันการรั่วไหล การหาย หรือความเสียหายอื่น ๆ ของข้อมูลส่วนบุคคล และเพื่อการจัดการความปลอดภัยของข้อมูลจากผู้ใช้อื่น ๆ

6. การกำกับดูแลของผู้ทำสัญญารับช่วง

เมื่อผู้ทำสัญญารับช่วงของบริษัท ต้องจัดการข้อมูลบอกเล่าของบริษัท ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือแค่บางส่วน บริษัทจะต้องเข้าทำสัญญากับผู้ทำสัญญารับช่วง ซึ่งรวมถึงการรักษาความลับ และต้องจัดให้มีการกำกับดูแลที่เหมาะสมและจำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ทำสัญญารับช่วงจะปฏิบัติการจัดการข้อมูลบอกเล่าที่เหมาะสม

7. การจัดหาเพื่อบุคคลที่สาม

ในกรณีดังต่อไปนี้บริษัทจะยอมให้ข้อมูลบอกเล่าแก่บุคคลที่สาม

(1) เมื่อกำหนดโดยกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ
(2) เมื่อมีความจำเป็นสำหรับการป้องกันของชีวิตมนุษย์, ร่างกายหรือทรัพย์สินและในกรณีที่การได้รับความยินยอมจากบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นไปได้ยาก
(3) เมื่อจำเป็นในการปรับปรุงสุขภาพของประชาชนหรือการส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก และในกรณีที่การได้รับความยินยอมจากบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นไปได้ยาก
(4) ในกรณีที่จำเป็นเพื่อที่จะให้ความร่วมมือกับการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานระดับชาติ รัฐบาลท้องถิ่น หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้เป็นไปตามกฎหมายและในกรณีที่การได้รับความยินยอมจากบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว
(5) ในกรณีที่การร่วมมือของธุรกิจและบริษัทต้องการข้อมูลบอกเล่า
(6) สำหรับความต่อเนื่องของธุรกิจในกรณีของการรวมกิจการหรือเหตุผลอื่น ๆ

8. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัทอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของนโยบายความเป็นส่วนตัวได้ตลอดเวลา และเนื้อหาที่ได้จากการเปลี่ยนแปลงนี้จะถือว่ามีผลบังคับใช้

9. การหลีกเลี่ยง

การเปิดใช้งานตัวเลือกการหลีกเหลี่ยงจะสามารถหยุดเบราว์เซอร์หรือแอปบนสมาร์ทโฟนจากการเก็บสะสมข้อมูลการเรียกดู และจะสามารถระงับการใช้ข้อมูลดังกล่าว (รวมถึงการให้ข้อมูลแก่บุคคลที่สามด้วย)
ตัวเลือกการหลีกเหลี่ยงจำเป็นที่จะถูกติดตั้งให้กับแต่ละเบราว์เซอร์ และหลังจากเลือกหลีกเหลี่ยงแล้ว ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าชมเว็บไซต์ของผู้ใช้จะไม่ถูกเก็บรวบรวม แต่ในกรณีของการลบคุกกี้หรือการเปลี่ยนแปลงของอุปกรณ์ปลายทางทำให้เกิดการปิดใช้งานการตั้งค่า การเก็บ การใช้ หรือการให้ข้อมูลแก่บุคคลที่สามอาจได้รับการแนะนําในบางกรณี
โปรดดูลิงค์ต่อไปนี้เพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชั่นการหลีกเหลี่ยง
ข้อมูลเกี่ยวกับการหลีกเหลี่ยง
(เปิดใช้งานทันทีที่ฟังก์ชั่นการกำหนดเป้าหมายใหม่มีการร้องขอ)